บทที่ 8 ภรรยาทางพฤตินัย 2
อัญมณีตื่นมาอีกครั้งเมื่อเวลาล่วงเลยเข้าวันใหม่ไปเกือบครึ่งวัน พร้อมกับอาการปวดหัวคล้ายกลับว่ามันจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับจะระเบิดออกมา ไม่เท่านั้นยังปวดเมื่อยไปตามร่างกาย ราวกับว่าทุกส่วนที่เป็นเธอตอนนี้ร้าวระบม ประหนึ่งว่าเจออุบัติเหตุหรือเจอซ้อมมาอย่างไรอย่างนั้น
ซึ่งอาการปวดหัว แน่นอนว่าคงมาจากการดื่มหนักในรอบหลายเดือนจากคืนที่ผ่านมา แต่ไอ้การปวดเมื่อยตามร่างกายนี่สิ ที่พอคิดถึงสาเหตุแล้วก็ต้องหน้าแดงเถือก สืบเนื่องมาจากการที่เธอปล่อยให้เจตน์มีความสัมพันธ์ และพอมันเกิดขึ้นครั้งแรก มันก็มีครั้งที่สองและสามตามมา จนท้ายที่สุดกว่าชายหนุ่มจะยอมให้เธอเข้านอน ก็เลยเข้าวันใหม่มาหลายชั่วโมง
อัญมณีจึงตื่นอีกครั้งในเวลาสิบโมงเช้า ทั้งที่ปกติร่างกายของเธอจะชินกับการตื่นตีห้าครึ่งทุกวัน เพื่อเตรียมเสื้อผ้า เตรียมอาหารทั้งเช้าและกลางวันให้ชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะเข้าไปทำงานที่ไร่หรือว่าโรงงาน
ร่างบางบิดขี้เกียจอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นมา ตกใจเล็กน้อยที่พบว่าตัวเองอยู่ในชุดนอนลายกล้วยเนื้อนิ่มตัวโปรด ทั้งที่ก่อนหน้านี้เป็นชีเปลือย เนื่องจากสามีทางพฤตินัยหมาดๆ ของเธอ ไม่ยอมให้ลุกไปจากเตียงแม้แต่วินาทีเดียว
ซึ่งการได้ใส่เสื้อผ้าครบถ้วนแบบนี้ ก็คงเป็นฝีมือของเจตน์ที่ทำให้ก่อนที่จะออกไปทำธุระล่ะมั้ง ซึ่งอัญมณีก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าสาเหตุที่เขาเข้าเมืองมา เป็นเพราะต้องมาพบปะลูกค้ารายใหม่ที่คาดว่าจะสามารถส่งออกของจากโรงงานได้หรืออะไรสักอย่าง
อัญมณีไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเขามากนักหรอก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวก็ตาม เพราะสามีไม่เล่าและเธอเองก็ไม่ยอมถาม ตั้งแต่แต่งงานกันมาเรื่องเดียวที่เธอรู้ดีเกี่ยวกับเจตน์มากที่สุด ก็คงเป็นเรื่องอาหารการกินที่มีโอกาสได้เตรียมให้ทุกมื้อไง
สังเกตเอาจากการกินของเขาด้วยนะ ไม่ได้มีจังหวะพูดคุยเป็นตุเป็นตะหรอก ดังนั้นเวลาที่ดีที่สุดที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจริงๆ ก็คงจะเป็นการรับประทานอาหารในตอนเช้าและตอนเย็นเพียงเท่านั้น เสร็จธุระก็แยกกันนอน ห้องใครห้องมัน บาย
ซึ่งการที่เป็นแบบนี้ ส่งผลให้เธอคิดมาตลอดว่าสักวันการแต่งงานจอมปลอมนี้มันก็คงต้องจบลง เนื่องจากไม่รู้ว่าคนอย่างเขา จะทนเธอได้สักเท่าไหร่ แต่พอผ่านเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ อัญมณีก็ชักไม่แน่ใจว่าจะอยากปล่อยให้เขาได้กลับไปใช้ชีวิตเดิม ที่เขาเคยใช้กับคนอื่นหรือเปล่า ในเมื่อตอนนี้ถ้าไม่นับความหมางเมินที่มีให้กัน ทุกอย่างมันก็สมบูรณ์
ทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย
หื้ยย เครียดจัง ... แต่ก็ช่างเถอะตอนนี้เธอยังไม่อยากคิด หญิงสาวเลยเดินเข้าไปในห้องน้ำ พาตัวเองไปชำระร่างกาย หลังจากที่เมื่อคืนไม่ได้อาบน้ำอีกทั้งยังกรำศึกหนักตั้งแต่ดึกจนเช้า
แต่พอคิดถึงเรื่องนี้จู่ๆ อัญมณีก็หน้าแดงอีกครั้ง จากนั้นมันก็ลามไปทั้งตัวความร้อนจากไหนก็ไม่รู้พุ่งเข้ามาหา หลังจากที่ถอดชุดนอนออกไปแล้วพบกับร่างกายของตัวเอง เต็มไปด้วยรอยรักที่เจตน์ฝากไว้ตั้งแต่ช่วงอกลามขึ้นมาถึงช่วงคอ
“บ้าเอ้ย ทำไมถึงทำกันขนาดนี้” หญิงสาวพึมพำ
พร้อมกับเพ่งมองไปที่ผิวขาวอมชมพูของตัวเองด้วยความรู้สึกร้อนวูบวาบ เห็นขนาดนี้ก็ไม่คิดแปลกใจเลยว่าทำไมตอนตื่นขึ้นมามันถึงปวดระบมราวกับโดนสิบล้อทับ ซึ่งคิดไปคิดมาก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกมั้ง ระหว่างสิบล้อคันใหญ่กับสามีของเธอ ที่ตัวสูงใหญ่สมศักดิ์ศรีเจ้าของไร่ที่โด่งดัง ดุดัน ระดับความโหดเธอให้เต็มร้อยเลยสำหรับผู้ชายคนนี้
แต่ถึงจะเครียดกับสภาพของตัวเอง แต่อัญมณีก็ห้ามรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะยังหาทางออกให้กับชีวิตแต่งงานที่มีบุคคลที่สามอยู่ด้วยไม่เจอ เธอก็ยังอารมณ์ดีที่บางช่วงบางตอนเธอได้รับรู้ความอ่อนโยนที่เกิดขึ้นจากเขา
หญิงสาวเลยยืนยิ้มอยู่กับกระจกสักพัก กว่าจะรู้ตัวว่าควรอาบน้ำแต่งตัวก็กินเวลาเข้าไปหลายนาที
พอจัดการกับตัวเองจนอยู่ในชุดเดรสสีหวานเรียบร้อย อัญมณีก็เริ่มเก็บข้าวของทั้งของตนและสามีลงกระเป๋าเดินทางใบเล็ก เตรียมตัวให้พร้อมเผื่อว่าตอนที่เจตน์กลับมา ทั้งสองจะได้ออกเดินทางทันที เพราะเธอไม่อยากให้ออกค่ำนัก เนื่องจากว่าเธอไม่ชอบการเดินทางตอนดึกสักเท่าไหร่
แต่พอเก็บไปสักพัก เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่ใกล้ๆ ก็ดังขึ้น เธอจึงหันไปกดรับ กรอกเสียงลงไปด้วยความร่าเริงสดใส เมื่อคนที่โทรฯ มาเป็นเพื่อนสนิทอย่างเอื้องทราย
“ว่าไงจ๊ะ”
“แกอยู่ไหนตอนนี้?” แต่เสียงของเอื้องทรายที่ตอบกลับมา กลับฟังดูร้อนรนและเป็นกังวลเป็นอย่างมาก
“ยังอยู่ที่โรงแรมอยู่เลย มีอะไรหรือเปล่า?” น้ำเสียงของเพื่อน พลอยทำให้เธอกังวลไปด้วย อัญมณีจึงหาที่นั่งเผื่อว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้ไม่ล้มตึงหัวฟาดไปให้เป็นปัญหา เพราะถ้าเพื่อนมาเวย์นี้คงไม่วายมีเรื่องอะไรต้องแจ้งกับเธอแน่ และจากการฟังน้ำเสียงที่ร้อนรนไม่ปกตินั้นแล้ว ก็คิดว่าไม่น่าจะใช่เรื่องดี
“แล้วผัวแกล่ะ”
“พี่เจตน์ออกไปพบลูกค้าตั้งแต่เช้ายังไม่กลับมาเลย ทำไมเอื้อง แกมีอะไร บอกมาเดี๋ยวนี้นะ” ว่าแล้วเชียวว่ามันจะต้องมีอะไรสักอย่าง
“เอ่อ คือแก ฉันเองก็ไม่มั่นใจว่าจะบอกแกดีรึเปล่า”
“บอกอะไร พูด”
“คือ ฉันคิดว่า ...”
“ไอ้เอื้อง อย่าลีลา รีบๆ พูดมาเดี๋ยวนี้ แกมีอะไร” เธอเร่งเร้าปลายสาย
“คือฉันเห็นผัวแก” เอื้องทรายจั่วมาอย่างนั้น เธอก็ได้แต่เงียบฟังขณะที่ในใจก็คิดว่ามันต้องมีอะไรต่อจากนี้แน่นอน “เขามากับผู้หญิง”
